^Back To Top
  
  
  
Get Adobe Flash player

1. ความเพียร
การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนคือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันครึทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีไม่ครึต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง 

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่ 27 ตุลาคม 2516

2. ความพอดี
ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน 

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18  ธันวาคม  2540

3. ความรู้ตน
เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอจะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จและความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคตได้อย่างแน่นอน 

พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521

4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้ 

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521  

5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม 

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496

6. พูดจริง ทำจริง
ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม 

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540 

7. หนังสือเป็นออมสิน
หนังสือเป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้ มนุษย์ก้าวหน้าได้โดยแท้ 

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2514

8. ความซื่อสัตย์
ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง 

พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปี พุทธศักราช 2531

9. การเอาชนะใจตน
ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ 

พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 12 ธันวาคม 2513

การเรียนรู้แบบ Brain-Based  Learning (BBL)

          เป็นการนำความรู้   ความเข้าใจเกี่ยวกับสมองไปใช้เป็นเครื่องมือในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้  เพื่อพัฒนาศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้ของมนุษย์แต่ละช่วงวัย สมองมนุษย์เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์ต้องใช้ในการเรียนรู้  ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมหาศาล   เซลล์สมองจะถูกสร้างตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ 3-6 เดือนแรก   จนถึง1เดือนก่อนคลอด   ช่วงนี้สมองบางส่วนที่ไม่จำเป็นจะถูกทำลายไปซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า  “พรุนนิ่ง(Pruniny)” และจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงเด็กเล็กและช่วงวัยรุ่น    ทั้งนี้หลักการพัฒนาเซลล์สมองขึ้นอยู่กับ  2 ส่วน คือ

1.ธรรมชาติที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษได้แก่  พันธุกรรม

2.สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น  อาหาร  อารมณ์  การฝึกฝนใช้สมอง

จากการศึกษานักวิจัยพบว่าสมองมนุษย์นั้นยิ่งใช้มากก็ยิ่งแข็งแรก   และหากส่วนไหนไม่ถูกใช้ก็จะตายไป   โดยเชื่อว่าพื้นฐานมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพความเฉลียวฉลาด   ที่สำคัญมี  8 อย่างสำหรับการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสภาพการพัฒนาตั้งแต่เด็กเล็กจนเป็นผู้ใหญ่   ได้แก่

1.การเคลื่อนไหวและทำหน้าที่ของร่างกาย

2.ภาษาและการสื่อสาร

3.การคำนวณและตรรกะ

4.มิติสัมพันธ์และจินตนาการจากสิ่งที่มองเห็น

5.ดนตรีและจังหวะ

6.การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม

7.การรู้จักตนเอง

8.ปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แนวทางการจัดกระบวนการและสื่อการเรียนรู้แบบ BRAIN-BASE LEARNING สำหรับโรงเรียน

1.จัดสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นความสนใจ  กระตุ้นการเรียนรู้  เช่น อุปกรณ์ที่มีสี รูปทรง สถาปัตยกรรม สิ่งที่ผู้เรียนออกแบบกันเอง(ไม่ใช่ครูออกแบบให้) เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกมีส่วนร่วมและมีความเป็นเจ้าของ

2.สถานที่สำหรับการเรียนรู้เป็นกลุ่มร่วมกัน  เช่นที่ว่าง ๆ สำหรับกลุ่มเล็ก  ซุ้มไม้ โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้  ปรับที่ว่างเป็นห้องนั่งเล่นที่กระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์  จัดสถานที่ที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เป็นกลุ่ม

3.จัดให้มีการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน  มีการเคลื่อนไหวกระตุ้นสมองส่วนควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อกับสมองส่วนหน้า  ให้สมองได้รับอากาศบริสุทธิ์

4.ทุกส่วนของโรงเรียนจัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรียนที่ไหนก็ได้  เช่น บริเวณเฉลียง  ทางเชื่อมระหว่างตึก  สถานที่สาธารณะ

5.เฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย  ลดความเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะชุมชนเมือง

6.จัดสถานที่หลากหลายที่มีรูปทรง  สี  แสง ช่อง  รู

7.เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมบ่อย ๆ เพื่อให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างหลากหลายจะกระตุ้นการทำงานของสมอง  เช่น  เวทีจัดนิทรรศการซึ่งควรเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบต่าง ๆ

8.จัดให้มีวัสดุต่าง ๆ ที่กระตุ้นการเรียนรู้  พัฒนาการต่าง ๆของร่างกาย  มากมายหลากหลายและสามารถนำมาจัดทำสื่อประกอบการเรียนรู้ที่มีความคิดใหม่ ๆ โดยมีลักษณะบูรณาการไม่แยกส่วนจุดมุ่งหมายหลักคือ  เป็นวัสดุที่ทำหน้าที่หลากหลาย

 9.กระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น  เหมาะสมกับสมองของแต่ละคนและสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป

10.จัดให้มีสถานที่สงบและสถานที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

11.จัดให้มีที่ส่วนตัว  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของตน  จัดสถานที่ส่วนตัวของตนและสามารถแสดงความคิด  สร้างสรรค์ของตนได้อย่างอิสระ

12.ต้องหาวิธีที่จะให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้มากที่สุด สนามเด็กเล่นในชุมชน แหล่งเรียนรู้ในชุมชนและทำให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต  นำเทคโนโลยี 

การเรียนทางไกล   ชุมชน  ภาคธุรกิจ  บ้าน  ต้องนำเข้ามามีส่วนและเป็นทางเลือกในการเรียนรู้

การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้แบบ BBL

1.จัดตกต่างห้องเรียนให้มีสีเขียว  เหลือง  เป็นส่วนใหญ่

2.ห้องเรียนและบริเวณรอบๆห้องเรียนมีต้นไม้ร่มรื่น

3.จัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมกัน  กระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

4.จัดให้มีสถานที่  อุปกรณ์ต่าง ๆอยู่ในสภาพปลอดภัย

5.จัดให้มีการเรียนรู้จากของจริง  ประสบการณ์ตรงโดยผ่านประสาททั้ง 5(การมองเห็น  การได้ยิน  การได้กลิ่น  การได้ชิม  การสัมผัส)

6.จัดให้เด็กได้ฟังเพลงกล่อมเด็ก  เพลงคลาสสิค  ฟังนิทาน  อ่านหนังสือให้เด็กฟัง

7.จัดให้เด็กได้เล่น  ฝึกกับเครื่องเล่นที่มีเสียงดนตรี  อย่างสม่ำเสมอ

8.จัดให้เด็กได้สัมผัสกับศิลปะ

9.จัดให้มีของเล่นที่มีรูปทรง  สี  อย่างหลากหลาย

10.จัดให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน

11.เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมบ่อย ๆ เช่น  การจัดห้องเรียน  จัดนิทรรศการ ฯลฯ

12.การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมบ่อยๆจะเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมอง

13.จัดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย  ยืดหยุ่นตามความแตกต่างของผู้เรียน  ยาก  ง่าย ตามสภาพของผู้เรียน

14.จัดให้มีที่เก็บอุปกรณ์และผลงานเป็นส่วนตัวของเด็กแต่ละคน

15.จัดให้มีกิจกรรมร่วมกับชุมชน  เช่น เชิญเป็นวิทยากร  ร่วมกิจกรรมวันสำคัญของชุมชน ฯลฯ